วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ทำ 10 ประการเมื่อไตผิดปกติ,pujingtun,ปู่จิงตันบริษัท IR


   ทำ 10 ประการเมื่อไตผิดปกติ



    1.ไปรับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีซึ่งการตรวจสุขภาพนั้นมักรวมเอาการตรวจสุขภาพไตขั้นพื้นฐาน3ประการไว้ด้วย

    ได้แก่การวัดความดันโลหิตการตรวจปัสสาวะและการตรวจเลือดหาระดับของเสียในร่างกาย(ครีอะตินีน)ซึ่งทั้งสามอย่างนี้บอกได้ขั้นต้นว่าคุณมีโรคไตซ่อนอยู่หรือไม่

     2.เลือกอาหารที่มีคุณค่าสุกสะอาดและมีประโยชน์หลีกเหลี่ยงการกินอาหารไขมันสูงไม่กินโปรตีนมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ไตเสื่อมและไม่กินอาหารน้อยไปจนเกิดภาวะขาดสารอาหาร

    หลีกเหลี่ยงอาหารหมักดองอาหารกระป๋องและอาหารรสจัดการกินเค็มมากไป จะทำให้เกิดอาการบวม หัวใจวาย ความดันโลหิตสูงและไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อกำจัดเกลือส่วนเกินออก

    การกินผักและผลไม้ให้มากยกเว้นหมอสั่งห้ามลดปริมาณอาหารมื้อเย็น โดยเฉพาะมื้อดึกให้ความสำคัญกับอาหารมื้อแรกของวันในกรณีที่มีภาวะไตวายเรื้อรังควรถามหมอว่าคุณเป็นโรคไตเรื้อรังระดับใดกินอะไรได้บ้างมากน้อยเพียงใด



     3. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ1.5-2 ลิตรหรือ 6-8แก้วต่อวัน การดื่มน้อยไปจะทำให้ไตเสื่อมมากไปจะทำให้หัวใจวายควรเลือกเดินทางสายกลาง

    4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 
      และเลือกออกกำลังกายอย่างเหมาะสมซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งในคนปกติและผู้ที่เป็นโรคไต ได้แก่ การเดิน ว่ายน้ำปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิคหรือการออกกำลังกายอื่นๆ

     ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่องหากเลือกยกน้ำหนักไม่ควรยกน้ำหนักที่มากเกินไป 

     นอกจากการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรงแล้วการออกกำลังกายจะสามารถลดระดับความดันโลหิตลงได้

     ลดไขมันส่วนเกินทำให้นอนหลับง่ายขึ้นและช่วยควบคุมน้ำหนักตัวการออกกำลังกายที่ดีควรจะต้องทำการอบอุ่นร่างกายหรือเรียกว่า วอร์มอัพก่อนประมาณ 5-10 นาที

     ต่อด้วยการยืดกล้ามเนื้อ (stretching exercise)เป็นเวลา 5 นาที ตามด้วยการออกกำลังอย่างต่อเนื่องข้างต้นอีก 5-30 นาทีและจบด้วยการทำ breathing exerciseและการทำ cool down อีก 5-10 นาที

     5. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน



     การนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นซึ่งมีผลกระทบทางอ้อมต่อไตทำให้ไตเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น.ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

     ผู้ที่อ้วนเกินไปจะทำให้ไตทำงานหนักทำให้ไตเสื่อมหน้าที่เร็วขึ้นเพราะภาวะอ้วนจะทำให้โปรตีนรั่วในปัสสาวะเพิ่มขึ้นจากการกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตทำให้ความดันภายในไตสูงขึ้น

     โปรตีนที่รั่วนี้จะเป็นตัวทำลายไตการเปลี่ยนแปลงนี้จะดีขึ้นถ้าน้ำหนักตัวลดลงจึงควรควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน

      7. หลีกเหลี่ยงสารเสพติด 


     รวมถึงบุหรี่และแอลกอฮอล์นอกจากสารเสพติดจะทำลายสุขภาพ

    โดยรวมแล้วยังทำลายไตโดยตรงการดื่มแอลกอฮอล์จะมี
ผลเสียต่อทั้งตับและไตโดยเฉพาะคนที่ป่วยโรคไตควรเลิกดื่มจะดีที่สุด

    นอกจากการสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายได้รับสารพิษมากกว่า50ชนิดแล้วยังพบว่าไตของผู้ที่สูบจะเสื่อมหน้าที่เร็วขึ้น 1.2 เท่าผลกระทบดังกล่าวยังเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่ไปอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่

     8.หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานๆ


     บ่อยครั้งที่คนเราต้องกลั้นปัสสาวะนานๆเช่นการที่ต้องค้างเติ่งบนรถที่ติดกันเป็นแพหรือเดินทางในรถโดยสารทางไกล

     แน่นอนค่ะถ้าจำเป็นจริงๆคงจะหลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะไม่ได้แต่พบว่าในบางคนที่ชอบกลั้นปัสสาวะทั้งๆที่สามารถไปห้องน้ำได้

     ที่พบบ่อยในปัจจุบันได้แก่เด็กวัยรุ่นที่เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์พบว่าการกลั้นปัสสาวะนานๆเป็นต้นเหตุให้เชื้อโรคแทรกซึมเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะและเกิดการอักเสบของท่อทางเดินปัสสาวะในบางรายทำให้เกิดโรคไตอักเสบเฉียบพลันได้

    9. หลีกเลี่ยงกลุ่มยาที่อาจมีผลต่อไต



     เช่น ยาแก้ปวดข้อ ปวดเส้น ปวดกล้ามเนื้อซึ่งมักจะเป็นยาในกลุ่ม ยาเอ็นเสด (NSAIDs)”ซึ่งเป็นยาลดการอักเสบที่มีฤทธิ์แรงมาก

     แม้แต่ยาแก้อักเสบฆ่าเชื้อถ้าใช้ไม่ถูกวิธีหรือมีการแพ้ยาก็อาจเกิดอันตรายต่อไตได้ เช่นซัลฟาอาจตกตะกอนในไตทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้ผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่องจะต้องลดขนาดยาแก้อักเสบลงดังนั้นควรปรึกษาหมอก่อนทุกครั้งที่กินยากลุ่ม

    โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคไตแม้แต่ยาแก้ปวดชนิดที่เป็นแอสไพรินและพาราเซตามอล หากใช้ติดต่อกันเกิน 10 วันอาจทำให้ไตเสื่อมได้ ถ้าจำเป็นต้องกินยากลุ่มนี้นานควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะผู้ที่


    มีการทำงานของไตและตับบกพร่องขอแนะนำว่าอย่ากินยาใดๆโดยไม่ปรึกษาหมอก่อนและไม่ควรลองยาแปลกๆที่มีผู้อื่นแนะนำ

     รวมทั้งสมุนไพรต่างๆถ้ากินยาแล้วมีอาการเปลี่ยนแปลงให้รีบปรึกษาแพทย์ทันทีอย่ารอให้ยาหรือสารพิษทำลายไตของคุณหมดแล้วจึงค่อยมาพบถึงตอนนี้การรักษาใดๆ ก็ไม่สามารถทำให้ไตของคุณฟื้นได้แต่ต้องรับการฟอกไตทดแทนไปตลอดชีวิต


    10. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาในท้องตลาดมีการขายสารอาหารต่างๆมากมายเพื่อบำรุงสุขภาพอาหารเสริมเหล่านี้ทางองค์การอาหารและยา (อย.)ได้จัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา

     ดังนั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไปและไม่จำเป็นต้องมาพบหมอก่อนซื้อในส่วนอาหารเสริมเหล่านี้ อย.ได้รับรองแล้วว่าคุณสามารถซื้อกินได้โดยไม่เกิดโทษ

    แต่ทางที่ดีก่อนจะซื้อควรอ่านฉลากอาหารที่แนบไว้ด้วยว่าอาหารเสริมมีข้อจำกัดหรือข้อควรระวังประการใดบ้างอาหารเสริมบางอย่างมีเกลือผสมอยู่มากทำให้เกิดโทษได้ในผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังและโรคความดันโลหิตสูง

   นอกจากนี้พบว่าปัจจุบันมีอาหารหรือสารบางอย่างที่โฆษณาขายว่าสามารถรักษาโรคไตอ่อนแอได้คำโฆษณาเกินจริงเหล่านี้ ฟังดูน่าสนใจเชื่อว่าผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บอยู่แล้ว

   โดยเฉพาะคนที่มีโรคที่หมอบอกว่ารักษาไม่มีทางหายคงต้องอยากหายแน่นอนจึงอยากพบกับยาวิเศษแต่คุณทราบไหมครับว่าสารหรืออาหารวิเศษที่ประกาศขายตามหนังสือรายสัปดาห์และหนังสือพิมพ์นั้นไม่มีใครรับรองสรรพคุณถ้าเป็นยาดีจริง 

   ทำไมไม่มีขายในโรงพยาบาลและถ้ายาเหล่านี้ดีจริงทำไมต้องขายทางไปรษณีย์ที่คุณไม่มีทางตรวจสอบได้


 อย.13-1-02950-1-0036

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ปู่จิงตัน(PUJINGTUN)

สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคไต ไตวาย ได้ผลจริง



ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900บาท



                อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036



ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ วรกัญณัฎฐ์   อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661 , 095-163-9336


                      อีเมล์    kunnut59@gmail.com














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น