วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน สาเหตุหลักของไตเสื่อม,ปู่จิงตันกับโรคไต,จะรู้ได้ไงว่าเรากำลังเป็นโรตไต1..............

ปัสสาวะบ่อย สาเหตุหลักของไตเสื่อม


       อาการปัสสาวะบ่อยเป็นอาการของโรคไตบางชนิด แต่ความจริงผู้ป่วยที่ปัสสาวะบ่อยเกิดจากสาเหตุอื่น




     มากกว่า ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคเบาหวาน นอกจากนี้ก็มีโรคเบาจืด โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือว่าดื่มน้ำมากเกินไป 

     ดังนั้นถ้าหากว่าท่านมีอาการปัสสาวะบ่อย หรือว่ามีปริมาณมากกว่าวันละ 3 ลิตร หรือว่าตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหลายๆ ครั้ง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดเพื่อรักษาต่อไป


     โดยปกติคนเราจะปัสสาวะ  ตอนกลางวันประมาณ 3-5 ครั้ง ตอนเย็นถึงก่อนนอนอีกประมาณ 1-2 ครั้ง และสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรงจะนอนได้นาน 8 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ

    ทั้งนี้เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะจะเก็บน้ำปัสสาวะมากขึ้นและไตจะกลั่นน้ำปัสสาวะน้อยลงในขณะนอนหลับ

  หากใครปัสสาวะบ่อยครั้งกว่านี้โดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะแสดงว่าร่างกายของคุณกำลังมีปัญหาบางประการ


      สาเหตุปัสสาวะบ่อยครั้งโดยเฉพาะตอนกลางคืนเกิดจากภาวะไตอ่อนแอภาวะไตอ่อนแอไม่ใช่โรคไตในความหมายของการแพทย์ตะวันตก

     หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลงไม่แข็งแรงเท่าที่ควรทำให้ความสามารถในการขับน้ำและของเสียออกจากร่างกายของไตด้อยลง

     และเกิดผลกระทบต่อดุลภาพของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกายรวมทั้งเกิดภาวะพร่อง


     ฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไตการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกายรวมทั้งอาการปัสสาวะบ่อยด้วย

    หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนาเป็นโรคต่างๆรวมทั้งอาจเป็นโรคไตอักเสบหรือโรคไตวายในที่สุด


   ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา1ขวด บรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท

            อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661,095-163-9336

                  ID Line : kunnut599

             อีเมล์    kunnut59@gmail.com
          





    



การฟอกเลือด,มีปัญหาโรคไต ปู่จิงตัน PUJINGTUN ..IR ช่วยได้

การฟอกเลือด



       การฟอกเลือด คือ การนำเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผ่านเข้าเครื่องฟอกเลือด เพื่อกำจัดของเสีย ปรับระดับเกลือแร่ในเลือดและปรับดุลของน้ำหลังจากนั้นจึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
หลักการของการฟอกเลือด



        หลักการสำคัญ คือ การให้มีการแลกเปลี่ยนของเสีย เกลือแร่ ระหว่างเลือดกับน้ำยาฟอกเลือด โดยผ่านทางตัวกรองเลือด เลือดจะไหลผ่านตัวกรองของเลือด เลือดจะไหลผ่านตัวกรองเลือด 

       ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ เหมือนหลอดเลือดฝอยที่มีรูขนาดเล็กมากๆ อยู่ที่ผนังของหลอด และมีน้ำยาฟอกเลือดไหลผ่านอยู่ด้านนอกเลือด ของเสียที่มีระดับสูงในเลือด จะเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรอง เข้าไปอยู่ในน้ำยาฟอกเลือด

      ทำให้ระดับของเสียในเลือดลดลง น้ำและเกลือแร่จะมีการเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรองทำให้ระดับเกลือแร่ และดุลของน้ำเป็นปกติ



        ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีสมรรถภาพไตลดลงจนเหลือน้อยกว่า 10% ของคนปกติไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ 

       โดยทั่วไปแพทย์จะขอให้ตรวจเลือด ดูค่าไนโตรเจนในเลือด (BUN) และตรวจดูระดับของเสียที่เรียกว่า ครีเอตินิน (Creatinine)


       เมื่อถึงระยะสุดท้ายของโรคไตผู้ป่วยมักมีผลตรวจ BUNมากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหรือค่าครีเอตินินสูงกว่า 8 - 10 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

อาการที่ผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจนได้แก่

       1. อาการอันเกิดจากของเสียคั่งหรือภาวะยูรีเมียเกิดจากการที่มีสารยูเรียที่ได้จากขบวนการสลาย โปรตีนที่หมดสภาพในร่างกาย สารยูเรียเป็นของเสียที่รบกวนการทำงานของทุกส่วนในร่างกาย

      โดยเฉพาะระบบประสาทและเปลี่ยนรูปเป็นแอมโมเนียได้  ผู้ป่วยอาจหายใจมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย อาการผิดปกติในระยะนี้แสดงออกมาให้




     เห็นทางระบบประสาทและทางระบบทางเดินอาหารกล่าวคือทางระบบประสาทผู้ป่วยมักมีอาการมึนงง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่องไม่มีเหตุผล จำวัน เวลาสถานที่ไม่ได้

    และเมื่อเป็นมากขึ้นก็อาจมีอาการกระตุก ซึมหมดสติ และอาจมีอาการชัก ส่วนอาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ เบื่ออาหาร สะอึก คลื่นไส้ อาเจียน มีแผลในปาก ท้องเดิน เป็นต้น





      2.มีการคั่งของเกลือโซเดียมและน้ำทำให้เกิดอาการบวม ความดันโลหิตสูงควบคุมได้ยาก ในกรณีที่รุนแรงมากอาจมีภาวะ การบีบตัวของหัวใจล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบ เหนื่อย แน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ นอกจากนั้น 

     หากมีระดับเกลือโพแทสเซียม ในเลือดขึ้นสูง ก็อาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจนอาจหยุดกะทันหัน ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

     3. อาการจากการคั่งของกรดในเลือดที่เห็นได้ชัด คือ ทำให้ผู้ป่วยหอบ และทำให้เกิดอาการทางสมองในข้อ 1 เป็นมากขึ้นด้วย แพทย์ทราบได้ว่า เลือดมีภาวะเป็นกรด 

    โดยดูค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่วิเคราะห์ได้จากผลการตรวจเลือดว่ามี ค่าต่ำมาก ซึ่งมักต่ำกว่า 15 มิลลิโมลต่อลิตร



     4. อาการจากการขาดฮอร์โมนที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ผู้ป่วยมีโลหิตจางเมื่อเริ่มมีอาการดังกล่าวปรากฏ แม้ว่าอาจยังไม่เห็นได้ชัดเจน แพทย์ผู้รักษาก็มักเริ่มให้ผู้ป่วย เริ่มการฟอกเลือดได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดอาการที่รุนแรง อันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

     มีผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าการฟอกเลือดจะทำให้อาการผู้ป่วยทรุดลงไปอีก ทั้งนี้เพราะเคยเห็นตัวอย่าง ผู้ป่วยที่ตัดสินใจยอมให้แพทย์รักษาด้วยการฟอกเลือด ต่อเมื่อปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ที่รุนแรงแล้ว ดังนั้นจึงขอย้ำว่าในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะให้การรักษาด้วยการฟอกเลือดเร็วขึ้น


       ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา1ขวด บรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท

             อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์


โทร. 064-549-3661,095-163-9336

                    ID Line : kunnut599

               อีเมล์    kunnut59@gmail.com







โรคไต โรคไตวาย โรคไตวายเรื้อรัง,ต้องปู่จิงตัน,pujingtun

โรคไต โรคไตวาย โรคไตวายเรื้อรัง



       โรคไต หมายถึง โรคอะไรก็ได้ที่มีความผิดปกติหรือที่เรียกว่า พยาธิสภาพ เกิดที่บริเวณไต ที่พบมาก ได้แก่

        โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ





        โรคไตวายเรื้อรังเกิดตามหลังโรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง
        โรคไตอักเสบเนโฟรติก
        โรคไตอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันสับสน (โรค เอส.แอล.อี.)


        โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
โรคถุงน้ำที่ไต (Polycystic Kidney Disease)


        โรคไตวายมี 2 ระยะ แบบเฉียบพลัน ซึ่งไตวายชั่วคราว สามารถฟื้นกลับมา ทำหน้าที่ได้อีก หายเป็นปกติได้ และแบบเรื้อรัง ซึ่งการทำงานของไตเสียอย่างถาวร ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกแล้ว

วิธีรักษาโรคไต อาจแบ่งได้เป็น 4 วิธี คือ

       1. การตรวจค้นหา และการวินิจฉัย โรคไตที่เหมาะสม : ผู้ป่วยซึ่งได้รับการตรวจค้นหา หรือวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรกๆ ของโรค ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษา ที่ดีกว่าผู้ป่วย 

      ซึ่งได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ดังนั้น การตรวจค้นหาและวินิจฉัยโรค จึงนับเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ของกระบวนการรักษา

       2. การรักษาที่สาเหตุของโรคไต : เช่นการรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสม กับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น

       3. การรักษาเพื่อชะลอ ความเสื่อมของไต : แม้แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรคไตแล้ว แต่ผู้ป่วยจำนวนมาก อาจมีการทำงานของไต ที่เสื่อมลงกว่าปกติ ทั้งนี้ เรื่องจากเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไป

      ไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่ อาจจะต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้น ตามระยะเวลา และมักเกิดไตวายในที่สุด การรักษาที่สำคัญในระยะนี้ คือ การรักษา เพื่อมุ่งชะลอการเสื่อมของไต

      อันได้แก่ การควบคุมอาหารให้เหมาะ กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น





        4. การรักษาทดแทน การทำงานของไต (การล้างไต และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) : เมื่อไตวายมากขึ้น จนเข้าระยะสุดท้าย ผู้ป่วยที่เหมาะสมกลุ่มหนึ่ง จะได้รับการรักษาด้วยการล้างไต หรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไต



       ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา1ขวด บรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท

             อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661,095-163-9336

                    ID Line :  kunnut599

              อีเมล์    kunnut59@gmail.com