วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไต โรคไต ไตเสื่อม ฟอกไต โรคเกาต์ ดูแลด้วยปู่จิงตัน PUJINGTUN IR ไม่เป็นโรคไต แน่นอน


ทานปู่จิงตันม่เป็นโรคไต แน่นอน 100%



        ไต เป็นอวัยวะที่อยู่ส่วนล่างของช่องท้อง มีสองข้าง คือซ้ายและขวา รูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วแดง ยางประมาณ 10-13 เซนติเมตร กว้าง 6 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร มีน้ำหนักรวมกันประมาณ 300 กรัม

         มีต่อมหมวกไต (Adrenal gland) อยู่ด้านบนของไตทั้งสองข้าง มีชั้นไขมันสองชั้นห่อหุ้มอยู่ ภายในไตนั้นจะมี 2 ชั้น คือ ชั้นนอก เรียกว่า คอร์เทกซ์ (cortex) ส่วนนี้มีสีแดง เพราะมีโกบเมรูลัสอยู่ 


       ขณะที่ชั้นใน จะเรียกว่า เมดูลลา (medulla) ส่วนนี้มีสีขาว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยท่อหน่วยไต 

       ส่วนของเมดูลลาที่ยื่นเข้าไปจรดกับโพรงที่ติดกับหลอดไตเรียกว่า พาพิลลา (papilla) และเรียกโพรงนี้ว่า กรวยไต (pelvis)



      หากถามว่า "ไต" เป็นอวัยวะของระบบใดในร่างกายมนุษย์ ก็ต้องตอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "ระบบทางเดินปัสสาวะ" เพราะมีหน้าที่กรองเอาของเสีย น้ำ และเกลือแร่ส่วนเกิน
      จากเลือดที่ไหลผ่านไป ไปสร้างปัสสาวะเมื่อผลิตเสร็จแล้วก็จะส่งผ่านไปทางท่อไต นำไปเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ


      เมื่อมีปริมาณปัสสาวะมากพอ เราจึงรู้สึกปวดปัสสาวะ อยากจะถ่ายปัสสาวะขับของเสียออกนั่นเอง 

      อย่างที่ทราบแล้วว่า หน้าที่หลัก ๆ ของไตก็คือ กรองของเสียออกจากเลือด และขับออกพร้อมกับน้ำในรูปของปัสสาวะ  

     แต่นอกจากหน้าที่ในระบบทางเดินปัสสาวะแล้ว ไต ยังมีหน้าที่ช่วยรักษาความปกติของน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย




    สร้างสารที่ควบคุมความดันโลหิต และสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้น จะสังเกตได้ว่า หากไตทำงานน้อยลงมักเกิดปัญหความดันโลหิตสูงและโลหิตจางร่วมด้วย 

     ได้รู้ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคไตกันไปแล้ว คุณสุ่มเสี่ยงข้อไหนบ้างเอ่ย

       หรือหากใครไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลยก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะไม่ได้หมายความว่าคุณรอดพ้นจากโรคนี้แล้วนะค่ะ 

      เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารรสเค็มจัดที่ทำให้คุณมีสิทธิ์เผชิญหน้ากับโรคนี้ 

      ว่าแล้วก็มาตรวจสอบสัญญาณบ่งชี้โรคไตกันหน่อยดีกว่า ว่าความผิดปกติของตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคไตหรือไม่

 1. มีอาการบวมทั้งตัว




          ผู้ป่วยโรคไตส่วนมากจะมีอาการบวมตามตัว เกิดจากการมีน้ำและเกลือเพิ่มขึ้นในร่างกาย
         ระยะแรกอาจมีเพียงการบวมที่หนังตา และหน้า ต่อมาจะมีการบวมที่ขาและเท้าทั้งสองข้าง
         โดยอาจรู้สึกว่าแหวนหรือรองเท้าคับขึ้น ถ้าบวมไม่มากอาจสังเกตไม่เห็น 

         แต่ทดสอบได้ด้วยการลองใช้นิ้วกดที่หน้าแข้งสักพักแล้วปล่อย หากพบว่ามีรอยบุ๋มอยู่แสดงว่าบวมแน่น

        ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อวินิจฉัยโรค เพราะอาการบวมอาจไม่ได้เป็นโรคไตก็ได้

        แต่ยังเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ และโรคตับ ดังนั้น การตรวจปัสสาวะน่าจะได้ผลที่ชัดเจนที่สุด

 2.เหนื่อยง่าย ออ่อนเพลีย

          ผู้ที่เป็นโรคไต ถ้าเป็นน้อย ๆ มักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย 
          หากเป็นมาก ๆ ใกล้เป็นไตวายเรื้อรังจะเพิ่มอาการซีด คันตามตัว เบื่ออาหาร
 3.ปวดหลัง ปวดเอว 

           ไต เป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณช่วงหลังด้านล่างของเรา ดังนั้น หากไตเกิดความผิดปกติขึ้นราอาจรู้สึกปวดหลัง บั้นเอวที่บริเวณชายโครง ร้าวไปถึงท้องน้อย หัวหน่าว และที่อวัยวะเพศได้

             บางคนก็ถึงขั้นปวดกระดูกและข้อ ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการอุดตันที่ท่อไต กรวยไตอักเสบ

            หรือในท่อไตมีถุงน้ำโป่งพองก็ได้ แต่อาการปวดหลังก็สามารถวินิจฉัยได้หลายโรคเช่นกัน จึงต้องตรวจสอบอาการอื่นควบคู่ ๆ ไปด้วย



          ทั้งนี้ หากเรากดหลัง และทุบเบา ๆ แล้วมีอาการเจ็บ อาจแสดงว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง หรือไตอักเสบ

            ถ้ามีไข้สูงร่วมด้วยอาจเป็นสัญญาณของกรวยไตอักเสบติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน ซึ่งก็มีหลายโรคที่ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรค SLE เป็นต้น 

 4.ปัสสาวะผิวปกติ



          เนื่องจาก ไต อยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับปัสสาวะ นั่นก็อาจหมายถึงไตทำงานผิดปกติได้ โดยเราสามารถสังเกตปัสสาวะได้ดังนี้  
  

           1. ปัสสาวะเป็นเลือด อาจมีหลายโรคที่ทำให้เกิดอาการนี้ ทั้งนิ่ว เนื้องอกของทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อุบัติเหตุกับทางเดินปัสสาวะ 

           หรือ เส้นเลือดฝอยของไตอักเสบ แม้แต่มะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคไตเป็นถุงน้ำ ฯลฯ



           2. ปัสสาวะน้อยลง โดยปกติแล้วหากเราดื่มน้ำมาก ปัสสาวะก็ควรจะมากไปด้วย แต่หากใครปัสสาวะไม่ออกเลย อาจเป็นเพราะทางเดินปัสสาวะถูกอุดกั้น

            หรือการทำงานของไตเสียไป ลองทดสอบง่าย ๆ ด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้น แล้วสังเกตดูว่าปัสสาวะออกมากขึ้นหรือไม่ หากปัสสาวะยังน้อยอยู่ นั่นแสดงว่าไตเริ่มผิดปกติแล้ว

          3. ปัสสาวะบ่อย ความถี่ในการปัสสาวะของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำ หรือการที่ร่างกายเสียน้ำไปทางอื่น ๆ เช่น เหงื่อ หรืออุจจาระ



           แต่หากวันดีคืนดี รู้สึกว่าตัวเองปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือตื่นขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืนมากกว่า 3-4 ครั้ง อาจต้องสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไตก็ได้

          เพราะกระเพาะปัสสาวะจะสามารถเก็บน้ำได้ถึง 250 ซี.ซี. แต่ในคนที่เป็นโรคไต ไตจะไม่สามารถหยุดการขับน้ำในกระเพาะปัสสาวะ

        ทำให้มีน้ำออกมามากและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ จึงมักจะตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางดึก

          แต่อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนส่วนใหญ่ไม่เกิดมีสาเหตุมาจากโรคไต เพราะมักจะเป็นอาการของโรคเบาหวาน เบาจืด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือการกินน้ำมากเกินไปมากกว่า



          แต่ก็ยังอาจเป็นอาการของโรคไตวายในระยะแรก ดังนั้น ถ้ามีอาการปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะหากมากกว่าวันละ 3 ลิตร หรือตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษา

          ส่วนการปัสสาวะตอนกลางวัน หลายคนรู้สึกว่าตัวเองปัสสาวะบ่อยเกินไป ซึ่งจริง ๆ อาจไม่ได้ป่วยโรคไต แต่เกิดจากความวิตกกังวลของตัวเองที่ไปกระตุ้นให้อยากปัสสาวะอยู่เรื่อย ๆ มากกว่า



           ปัสสาวะเป็นฟองมาก ฟองสีขาว ๆ ที่เราในปัสสาวะก็คือโปรตีนนั่นเอง ซึ่งก็มีกันทุกคน แต่หากใครมีฟองสีขาว ๆ มากผิดปกติ อาจสงสัยไว้ก่อนว่า เส้นเลือดฝอยในไตอาจอักเสบ ทำให้มีโปรตีนรั่วไหลออกมามากผิดปกติ

             แต่ถึงกระนั้นก็อย่าเพิ่งฟันธงว่าเป็นโรคไต ต้องดูอาการอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น หากปัสสาวะมีฟองมากแถมยังเป็นเลือด ก็สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นโรคไตก็ได้ ให้รีบไปพบแพทย์ตรวจร่างกายโดยเร็ว

     6.ความดันโลหิตสูง




          เคยได้ยินใช่ไหมว่าการกินอาหารรสเค็ม ๆ มาก ๆ จะทำให้ไตทำงานหนัก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วย

           เพราะฉะนั้น ถ้าใครที่ไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อน แต่พอไปตรวจสุขภาพกลับเจอความดันโลหิตสูงมาก ๆ อาจอนุมานได้ว่า ไตของเรามีความผิดปกติขึ้นแล้ว 



          ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดเพื่อเช็คว่าเป็นโรคไตด้วยหรือไม่


ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย อย่างได้ผล



ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท

ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์    อัครเรืองวงศ์



โทร  064-549-3661, 095-163-9336
https://line.me/ti/p/~kunnut599


                    อีเมล์ : kunnut59@gmail.com







วิธีทาน สมุนไพรบำรงไตรปู่จิงตันและน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวพลัส เพื่อสุขภาพที่ดี ใน 1 เดือนบ.IR บรรจุเป็นแคปซูล ง่ายต่อการรับประทาน....


วิธีทาน
ปู่จิงตันและน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวพลัส เพื่อสุขภาพที่ดี ใน 1 เดือน




ปริมาณการทานปู่จิงตัน ให้ได้ผล ในคนป่วยแต่ละประเภท


1.คนปรกติ คือ คนที่ต้องการบำรุงไต.และสุขภาพ.....ให้แข็งแรง

        ทานปู่จิงตัน ก่อนอาหาร 2 แคปซูล และน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวพลัสหลังอาหารวันละ 2 แคปซูล และทานก่อนนอน ครั้งละ 2 แคปซูลทั้ง 2 ชนิด ปู่จิงตันจะช่วยให้นอนหลับดี


2.คนที่ต้องการฟื้นฟูให้ไตให้แข็งแรงโดยเร็ว

        ทานวันละ 3 เม็ด ทั้งปู่จิงตัน ก่อนอาหาร และน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวพลัส หลังอาหาร โดยแบ่งทาน เช้า กลางวัน ก่อนนอน ครั้งละ 1 แคปซูลทั้ง 2 ชนิด


3.คนที่ภาวะไตเสื่อมแล้ว 
  
        ให้เริ่มจากทีละน้อยๆ ก่อน เพราะอาจเป็นภาระเพิ่มให้ไตแล้วค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆ ได้ไม่เกิน6 เม็ดต่อวันทั้งปู่จิงตัน ก่อนอาหาร และน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวพลัส คือ หลังอาหาร 2 แคปซูล

ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN)สามารถแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย 


ผลปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท

ดูข้อมูลที่ http://pugingtunmir.blogspot.com


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์  

โทร. 064-549-3661,095-163-9336


                       ID Line : kunnut599  


                           อีเมล์ : kunnut59@gmail.com




โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ กับปู่จิงตัน(pujingtun ir)ช่วยป้องกันโรคไตไต้


 โรคไต หมายถึง โรคอะไรก็ได้ที่มีความผิดปกติหรือที่เรียกว่า พยาธิสภาพ เกิดที่บริเวณไต ที่พบมาก 
      
โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ 


        โรคไตวายเรื้อรังเกิดตามหลังโรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง 




        โรคไตอักเสบเนโฟรติก 

        โรคไตอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันสับสน (โรค เอส.แอล.อี.) 

        โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ 

        โรคถุงน้ำที่ไต (Polycystic Kidney Disease)


        โรคไตวายมี 2 ระยะ แบบเฉียบพลัน ซึ่งไตวายชั่วคราว สามารถฟื้นกลับมา ทำหน้าที่ได้อีก หายเป็นปกติได้ และแบบเรื้อรัง ซึ่งการทำงานของไตเสียอย่างถาวร ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกแล้ว 


วิธีรักษาโรคไต อาจแบ่งได้เป็น 4 วิธี คือ 

       1. การตรวจค้นหา และการวินิจฉัย โรคไตที่เหมาะสม : ผู้ป่วยซึ่งได้รับการตรวจค้นหา หรือวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรกๆ ของโรค

       ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษา ที่ดีกว่าผู้ป่วย ซึ่งได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ดังนั้น การตรวจค้นหาและวินิจฉัยโรค จึงนับเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ของกระบวนการรักษา 

       2. การรักษาที่สาเหตุของโรคไต : เช่นการรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสม กับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น 

       3. การรักษาเพื่อชะลอ ความเสื่อมของไต : แม้แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรคไตแล้ว แต่ผู้ป่วยจำนวนมาก อาจมีการทำงานของไต ที่เสื่อมลงกว่าปกติ

        ทั้งนี้ เรื่องจากเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไป ไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่ อาจจะต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้น ตามระยะเวลา


      และมักเกิดไตวายในที่สุด การรักษาที่สำคัญในระยะนี้ คือ การรักษา เพื่อมุ่งชะลอการเสื่อมของไต อันได้แก่ การควบคุมอาหารให้เหมาะ

     กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น 




        4. การรักษาทดแทน การทำงานของไต (การล้างไต และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) : เมื่อไตวายมากขึ้น จนเข้าระยะสุดท้าย ผู้ป่วยที่เหมาะสมกลุ่มหนึ่ง จะได้รับการรักษาด้วยการล้างไต หรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไต
  

    ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล ราคา900บาท

                         อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036


ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ วรกัญณัฎฐ์   อัครเรืองวงศ์

โทร. 064-549-3661 , 095-163-9336


                  อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com