วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สาเหตุที่ของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มีดังต่อไปนี้คือ,โรคไต,ไตเสื่อมแล้วล่ะถ้าปัสสวะบ่อยๆๆๆๆๆ

สาเหตุที่ของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มีดังต่อไปนี้คือ


       การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ไม่ได้จำกัดในเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เพราะเมื่อเราสูงอายุหูรูดปัสสาวะก็จะอ่อนลงทำให้ปัสสาวะเล็ดลอดออกมา 

       เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยจนกลายเป็นความเคยชินที่เมื่อมีอายุมากขึ้นจะต้องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จนหลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ

      แต่ในความเป็นจริงแล้วการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุเป็นภาวะที่สามารถให้การรักษาดูแลให้หายหรือทำให้อาการดีขึ้นได้ อาการปัสสาวะเล็ดราดในผู้สูงอายุ อาจมีความแตกต่างจากผู้ที่มีอายุน้อยกว่าอยู่บ้าง

      เพราะปัจจัยด้านสุขภาพและสภาพร่างกายอาจแตกต่างจากผู้ที่มีอายุน้อยกว่าอยู่บ้าง ทำให้การเลือกรักษาเปลี่ยนไปตามสภาพของผู้ป่วยแต่ละคน 

      เราจะมาดูสาเหตุของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่กันนะค่ะ

สาเหตุของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่


    - อุปนิสัยส่วนตัว ผู้หญิงอย่างเราบางคนไม่ชอบดื่มน้ำ ดื่มน้ำน้อย หรือบางท่านชอบดื่มน้ำที่มากเกินไป และอีกสาเหตุสำคัญ คือ การกลั้นปัสสาวะนานๆบ่อยๆ

     โดยไม่อยากไปเข้าห้องน้ำ ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการบีบตัวผิดปกติ จนกลั้นปัสสาวะไว้ไม่อยู่

    - หูรูดกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงและกล้ามเนื้อพื้นเชิงกรานหย่อน ซึ่งพบมากในผู้หญิงสูงอายุ บางครั้ง พบว่ากระเพาะปัสสาวะเคลื่อนตามมดลูก พวกนี้จะมีอาการปัสสาวะไหลออกมาเล็กน้อยเมื่อลุกขึ้นยืนหรือไหลออกมามากเมื่อไอ-จาม


    - กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือต่อมลูกหมากโตในชาย ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยๆ


    - ผลจากการใช้ยา เพราะมียาหลายชนิดที่ส่งผลให้มีปัสสาวะเล็ดราด เช่น ยาขับปัสสาวะที่ส่งผลให้ปัสสาวะออกมากระเพาะปัสสาวะไม่สามารถรับน้ำปัสสาวะได้ทัน ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้อากาศ ยาขยายหลอดลม ยาแก้ไอ และยาแก้ปวดท้อง ทำให้มีปัสสาวะตกค้างถ่ายออกมาไม่หมด

     มีปัสสาวะล้นตามออกมา ยาลดอาการซึมเศร้า หรือยาที่ใช้ในการรักษากระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติ ทำให้มีปัสสาวะออกไม่หมด และมีปัสสาวะล้นออกมาเช่นกัน สิ่งสำคัญก็คือ ผู้สูงอายุมักมียาประจำตัวที่ใช้หลายชนิด

     รวมถึงอาจจะได้รับยาเพิ่มเมื่อมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ เมื่อผู้สูงอายุมีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่จึงต้องได้ประวัติยาทั้งหมดที่ใช้หรือได้รับเพิ่มเติม เพราะปัญหานี้สามารถแก้ได้ง่าย ๆ เพียงปรับการใช้ยาหรือเปลี่ยนยาบางชนิดเท่านั้น

        การอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะราดได้ ซึ่งการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะในผู้สูงอายุอาจไม่มีอาการอื่น เช่น อาจไม่มีไข้ ไม่มีอาการเจ็บปวดเหมือนอย่างผู้ที่มีอายุน้อ

        บางครั้งมีเพียงแค่ปัสสาวะเล็ดราดเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อในปัสสาวะ 

        หลังจากรักษาอาการอักเสบติดเชื้อหายแล้ว อาการปัสสาวะเล็ดราดก็จะหายไปได้

     วิธีการรักษาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่


       1.) ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

       2.) ไม่ควรกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือนานเกินไป
 เพื่อป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ

       3.) ออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบ
หูรูดเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความกระชับและยังช่วยให้ระบบ
การขับถ่ายดียิ่งขึ้นด้วย

      4.) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควรเข้าเข้าน้ำทุกครั้งที่ปวดปัสสาวะ


      5.) หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและนิโคติน เพราะสารเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะรุนแรง


   ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง


ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60แคปซูล ราคา 900 บาท

             อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

             
ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ  วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์



โทร. 064-549-3661,095-163-9336

https://line.me/ti/p/~kunnut599

อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com
          



                              
        

 ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง



ปริมาณและราคา1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูลราคา 900 บาท

             อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036


ดูข้อมูลที่   http://pujingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ หทัยณันท์  อัครเรืองวงศ์




โทร.064-549-3661 , 095-163-9336
อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com















สัญญาณเตือนภัยเมื่อไตเกิดอาการผิดปกติ,กับปู่จิงตัน

 สัญญาณเตือนภัยเมื่อไตเกิดอาการผิดปกติ


       ทางการแพทย์สามารถแบ่งความผิดปกติของไตได้เป็น 8 ประเภท ได้แก่ 

       โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ โรคเนื้อเยื่อไตอักเสบ โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไตวายเรื้อรัง โรคติดเชื้อของไตและท่อทางเดินปัสสาวะ โรคความผิดปกติของท่อไตและถุงน้ำ โรคนิ่ว และโรคมะเร็ง


       ในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งแต่ละประเภทมีต้นเหตุก่อโรคมากมาย และมีอาการทางคลินิกแตกต่างกันหลากหลายครับ เช่น ในระยะแรกของผู้ที่มีไตวายเรื้อรัง อาจมีอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ คันตามตัว

       ต่อมาอาจพบอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ตุ่มรับรสของลิ้นทำงานเปลี่ยนไป น้ำหนักตัวลด ชาปลายมือปลายเท้า ขี้หนาว ปวดแสบปวดร้อนบริเวณเท้า ปวดศีรษะ เป็นต้น

       อาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการเฉพาะของโรคไตอย่างเดียวแต่พบได้ในอีกหลายโรค


        ดังนั้นเราสามารถสังเกตความผิดปกติของไตตนเองได้โดยสังเกตสัญญาณเตือนภัย 6 ประการดังนี้คือ

         1. การเปลี่ยนแปลงของการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะออกน้อยลง เป็นต้น

         2. มีอาการแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะขัด สะดุดหรือมีเศษนิ่วปนออกมา


         3. ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อหรือปัสสาวะเป็นฟอง


        4. การบวมของใบหน้า ลำตัว ขา และเท้า


        5. อาการปวดบั้นเอวหรือบริเวณสีข้าง (ไม่ต่ำกว่าเอวหรือไม่อยู่กลางหลัง)


        6. ตรวจพบความดันโลหิตสูง



   ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง



ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูลราคา 900 บาท


            อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ  วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661 , 095-163-9336


https://line.me/ti/p/~kunnut599

            อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com
   


ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา1 ขวดบรรจุ 60แคปซูล ราคา 900 บาท

             อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036


ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ หทัยณันท์  อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661, 095-163-9336

https://line.me/ti/p/~kunnut599

อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com 
















โรคไตมีกี่ระยะ ?

โรคไตมีกี่ระยะ ?


       หน้าที่สำคัญของไตการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นในร่างกายและน้ำส่วนเกินทิ้ง 

       ซึ่งทำให้เลือดสะอาดรักษาระดับเกลือแร่ในเลือดให้ปกติ สร้างฮอร์โมนหลายชนิด,สารควบคุมความดันโลหิต,สารสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ไม่เกิดภาวะโลหิตจาง 

       และสร้างสารเสริมกระดูก ช่วยทำให้ระดับฟอสฟอรัสและแคลเซียมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ในเด็กจะช่วยให้เจริญเติบโตได้ตามวัย



        ซึ่งโดยปกติเมื่อคนเรา อายุ 30 ปี ขึ้นไปไตจะเสื่อมตามธรรมชาติร้อยละ 1 ต่อปีแต่.......การที่ไตเสื่อมอย่างรวดเร็วหรือหยุดการทำงานทันที.......เรียกว่าโรคไตวายเฉียบพลัน 

        ซึ่งอาจจะกลับเป็นปกติได้ ถ้าได้การรักษาที่เหมาะสม

        ถ้าไตเสื่อมลงอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง จะทำให้ไตเกิดความผิดปกติอย่างถาวร เรียกว่า โรคไตเรื้อรัง

        ระยะของโรคไตนั้นมีทั้งหมด 5 ระยะค่ะ


      ระยะที่1 จะสามารถตรวจพบความผิดปกติของไต เช่น ปัสสาวะมีตะกอนผิดปกติ แต่ไตก็ยังคงทำงานได้ปรกติในระยะนี้ค่ะ

      การดูแลรักษา : ต้องงดสูบบุหรี่ รักษาโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไต อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง,โรค(SLE)เอสแอลอี (ภูมิคุ้มกันผิดปกติ) โรคเกาต์ นิ่วในไต ,ไตอักเสบ การติดเชื้อปัสสาวะซ้ำ ๆ



       ระยะที่ 2 ไตเริ่มทำงานได้น้อย 3 ใน 4 ส่วน หรือ
60-90% การดูแลรักษา : ลดปริมาณอาหารที่มีรสเค็ม


       ระยะที่ 3 ไตเริ่มทำงานลดลง 1 ใน 2 ส่วน หรือ
30-60%  การดูแลรักษา : ลดอาหารจำพวกโปรตีน

       ระยะที่ 4 ไตเริ่มทำงานได้น้อย 1 ใน 4 ส่วน หรือ
15-30% การดูแลรักษา : จำกัดการบริโภคผลไม้ต่างๆ


        ระยะที่ 5 เป็น "ระยะไตวาย" ซึ่งในระยะนี้ไตจะทำงานได้ น้อยกว่า 15% การดูแลรักษา : เตรียมตัวล้างไต หรือผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายไต


       ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ปู่จิงตัน(PUJINGTUN) สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคไต ไตวาย ได้ผลจริง


ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 900 บาท


           อย. เลขที่ 13-1-02950-1-0036

     
ดูข้อมูลที่   http://pugingtunmir.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ  วรกัญณัฎฐ์   อัครเรืองวงศ์

โทร.064-549-3661, 095-163-9336
อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com